ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติจาก
เจ้าของ www ให้เป็นปฐมฦกษ์ในการน้อมนำการเปิด
www นี้
ข้าพเจ้ามองเห็นธรรมในสภาวะปัจจุบัน
ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต
เพราะปุถุชนคนธรรมดาที่จิตไม่พ้นจากคำว่าบุคคลชั้นดี
ย่อมมีมาก ความเห็นแก่ได้
เห็นแก่ตัวก็มากตาม
ข้าพเจ้าก็เคยเป็นที่รวมของปุถุชนคนธรรมดา
โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้คิดว่าจะแตกต่างกันตรงไหน
เพราะข้าพเจ้ายังแยกปุทุชนกับคนชั้นดีไม่ได้
ในขณะที่ข้าพเจ้าก็ยังต้องมีชีวิตที่ต้องดิ้นรน เหมื่อนคนอื่นๆ แต่ข้าพเจ้ายังโชคดีที่รู้จักทำทาน
และทุกครั้งข้าพเจ้าจะอธิฐานขอให้ข้าพเจ้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ’’ เหมือนจะติดสินบนนั้นแหล่ะ ’’
แล้วการอธิฐานของข้าพเจ้า ก็เป็นจริงในวันนี้ แต่ไม่ใช่เพราะการอธิฐานอย่างเดียว ต้องเชื่อเรื่องบุญเก่าด้วย
การส่งผลของบุญมีผลกับ ชีวิตในปัจจุบันมาก
วันที่เราทำบุญ หรือทำทาน ผลบุญอาจจะยังไม่ส่งในปัจจุบันทันที ถ้าบุญที่เราทำยังไม่ทันกับกรรมที่ตามมา ก็ต้องใช้กรรมไปก่อน
จึงจะได้เสวยผลบุญของตนเอง
ข้าพเจ้าเริ่มรู้จักการทำบุญ แล้วได้กุศลผลบุญ
ที่ยิ่งใหญ่จากพระอริยะสงฆ์รูปหนึ่ง
ซึ่งปัจจุบันก็เป็นที่รู้จักกันถ้าเอ่ยนามและวัดของท่าน ถ้าทุกคนมีความประสงค์อยากทราบรบกวนสอบถามในเว็ปอีกทีนะค่ะ
ตอนที่พบพระรูปนี้ดิฉันก็ได้สนทนาธรรมกับท่าน
ก็แนะนำเรื่องการใส่บาตรหน้าหิ่งพระ การสวดมนต์ แผ่ส่วนบุญ
จะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน
ข้าพเจ้าก็เกิดความคิดว่าจริงเหรอ?
จังหวะพอดีกับหน้าที่การงานของข้าพเจ้า
ก็ลองปฎิบัติดู ความหน้าแปลกตรงที่ว่าจาก
ที่ข้าพเจ้าต้องพบปะผู้คนมากมาย
แต่กลับไดัรับการตอบรับช่วยเหลือเกื้อกูลในอาชีพ
ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อว่าบุญที่เราได้ปฎิบัตีจากการสวดมนต์
คงจะส่งผลให้เราเจริญรุ่งเรือง ข้าพเจ้าเริ่มสนใจธรรมะ
เริ่มศึกษาจริงจัง
ธรรมเป็นเรื่องละเอียออ่อน
เป็นธรรมชาติ
ที่อยู่ในตัวตนบุคคล แต่กาลเวลาเป็นกิเลสตัวร้าย
ที่ทำให้ความบริสุทธ์ของจิตเดิม
ของบุคคลถูกปิดจนมอง
ไม่เห็นธรรมะ ในธรรมชาติของจิต! ตราบใดที่จิตของเรายังไม่นิ่ง
หรือสงบก็จะไม่มีทางเห็นจิตอันเป็นธรรมชาติของตัวเอง
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกสมาธิโดยการจิตภาวนา
แรกๆ ที่ข้าพเจ้าฝึกปฎิบัติมันเหมือนจับลิงหลายตัว
มาอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง หาความสงบไม่ได้เลย
แต่ก็แปลกที่ว่าใช้เวลาในการทำจิตให้สงบนิ่ง
ประมาณ ๔ เดือนได้
ก็เข้าสู่สมาธิที่เรียกว่าสมถกรรมฐาน
จิตที่สับสนวุ่นวาย มันสงบลงแบบชัดเจน
แต่ก่อนข้าพเจ้าใจร้อน เป็นคนมุทะลุมากไม่ค่อยละอายต่อบาป
แต่พอปฎิบัติได้พอสมควร โดยการสวดมนต์เจริญภาวนา
บทยอดพระกันฑ์ไตรปิฏก จิตของข้าพเจ้า
มันพิจารณาเรื่องศีลมาก
หาคำตอบการรักษาศืล
ด้วยจิตจนสุดท้าย ธรรมเกิดในจิตของข้าพเจ้า
ในขณะนั้นข้าพเจ้ารู้สึกน้ำตาจะไหลออกมา
รู้สึกถึงความเมตตาของพระพุทธเจ้า
ที่ทรงบัญญัติศีลใว้
เพื่อละซึ่งความเบียดเบียนซึ่งกันและกัน การเข้าถึงศีลแท้
ทำให้หิริโอตัปปะเกิด
การไม่เบียดเบียนบุคคล สัตว์
ข้าพเจ้าถือว่าเราได้ยุติการก่อกรรมข้างต้นแล้ว
ขันติธรรมโภคา (พบกับ นรกในใจ เร็ว ๆ นี้ )